เมื่อปรากฏข่าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศผลตรวจสอบ “ยาดมผสมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2” เลขทะเบียน G 309/62 พบว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานสำหรับตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 หลังตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนหลายชนิด
อย.แจงว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ในสื่อออนไลน์เผยแพร่การพบเชื้อราในยาดมสมุนไพรที่เป็นอันตรายต่อปอด จึงสุ่มเก็บตัวอย่างยาดมสมุนไพรหลายยี่ห้อจากสถานที่จำหน่าย และสถานที่ผลิต ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อทดสอบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ยีสต์ รา และเชื้อก่อโรคอื่น ๆ
โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง เกณฑ์มาตรฐาน ค่าความบริสุทธิ์ หรือคุณลักษณะอื่นอันมีความสำคัญต่อคุณภาพ สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ได้แก่
- จำนวนรวมของจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (Total Aerobic Microbial Count) ต้องไม่เกินกว่า 200 โคโลนี/กรัม
- จำนวนรวมของยีสต์และรา (Total Yeast and Mold Count) ต้องไม่เกินกว่า 20 โคโลนี/กรัม
- ต้องไม่พบจุลินทรีย์เฉพาะ ได้แก่ เชื้อสแตปฟิโลค็อคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) เชื้อ Pseudomonas Aeruginosa และเชื้อ Clostridium spp.
จากรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ยาดมสมุนไพรที่เก็บจากสถานที่ผลิต โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า
– ยาดมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2 เลขทะเบียนตำรับยา G 309/62 รุ่นที่ผลิต 000332 วันที่ผลิต 09/12/2024 วันสิ้นอายุ 08/12/2027 พบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ ยีสต์และรา และเชื้อคลอสทริเดียม (Clostridium spp.) เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดข้างต้น และจากรายงานการตรวจยืนยันเชื้อพบว่า เป็นเชื้อก่อโรคคลอสทริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ (Clostridium Perfringens)
ยาดมสมุนไพรตรา ฉมาเฮิร์บ เลขทะเบียนตำรับยา G561/67 รุ่นการผลิตที่ NF 2522503001 วันที่ผลิต 03/03/2025 วันสิ้นอายุ 02/03/28 พบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
อย.จึงประกาศผลการตรวจวิเคราะห์ให้ประชาชนทราบว่า ยาดมสมุนไพรทั้ง 2 ยี่ห้อ จัดเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดมาตรฐาน และจะทยอยประกาศผลวิเคราะห์เพิ่ม หากตรวจพบยี่ห้ออื่นมีการปนเปื้อนเชื้อโรคเกินเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีร่างกายอ่อนแอ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย.ย้ำว่า ผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่ตกมาตรฐานนั้น มีความเฉพาะเจาะจงต่อรุ่นการผลิต (Lot Number/Batch Number) ที่พบปัญหาเท่านั้น รุ่นการผลิตอื่นยังจำหน่ายและใช้ได้ตามปกติ ประชาชนควรตรวจสอบ หากเป็นรุ่นที่พบปัญหาควรหยุดใช้ทันที และติดต่อผู้ผลิตขอคืนสินค้า แต่อย่าตื่นตระหนก แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อ.
จากวิบากกรรมครั้งนี้ “ธีระพงศ์ ระบือธรรม” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ได้ชี้แจงว่า ยาดมสูตร 2 ที่ อย.พบเชื้อจุลินทรีย์ไม่ได้มาตรฐานนั้น เป็นลอตที่ผลิตเมื่อปลายปี 2567 เป็นสูตรที่ใช้สมุนไพรแห้งเป็นส่วนผสม
ขณะนี้บริษัทกำลังทยอยเรียกคืนสินค้าลอตดังกล่าว เพื่อนำมาทำลายและพร้อมรับผิดชอบ หากผู้ใช้แล้วพบว่ามีปัญหา ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงและกำลังประสานกับ อย. เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่ม
ในเบื้องต้นเคยสอบถามทาง อย.แล้ว ยังไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจน เพราะเป็นการสุ่มตรวจหลังมีคนร้อง ซึ่งเราพร้อมชี้แจง และมีการยกระดับมาตรฐานการผลิตมาตลอด หลังทำธุรกิจนี้มาแล้ว 20 ปี ซึ่งเพิ่งเจอครั้งแรก
“ยอมรับว่าจากกระแสข่าวที่ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งยังไม่มีการชี้แจงที่ครบถ้วน คนยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็อาจมีผลต่อการขายสินค้าในระยะสั้น ผมขอยืนยันว่าเป็นการตรวจพบเฉพาะลอตสูตร 2 เท่านั้น เมื่อมีปัญหาเราพร้อมแก้ไข”.
คาดการณ์ว่า ยาดมลอตที่มีปัญหามีอยู่ราว 2 แสนกระปุก ที่กำลังถูกเรียกคืน
แต่วิบากกรรมพีกสุดอีกครั้ง เมื่อสถานที่ที่ใช้สำหรับติดสติ๊กเกอร์และบรรจุใส่โหล ย่านพุทธมณฑลสาย 3 ถูกระบุว่าเป็นโรงงานเถื่อน ซึ่งธีระพงศ์ชี้แจงว่า มาจากปัญหาการผลิตไม่ทัน เนื่องจากออร์เดอร์เข้ามามาก จำเป็นต้องหาพื้นที่และซื้อเครื่องติดสติ๊กเกอร์เพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในเรื่องการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ แต่ติดปัญหาขอใบอนุญาต
โดยบริษัทลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ตามแบบที่ อย.อนุมัติแล้ว แต่ก่อนจะได้รับใบอนุญาตต้องยื่นเรื่องกับ สสจ.สมุทรสาคร เมื่อติดต่อไปได้รับคำตอบว่า หากมีเครื่องจักรเข้ามาอีก ต้องรอให้พร้อมก่อน ทำให้การขอใบอนุญาตจาก อย.ยังไม่สำเร็จ
ธีระพงศ์กล่าวว่า รู้สึกท้อ ตอนนี้เรื่องบานปลายจนเกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ธุรกิจที่ทำมาอย่างสุจริตและตั้งใจมาตลอด 20 ปี ถูกทำลายในเวลาเพียง 2 วัน
จากข้อมูลระบุว่า สูตร 2 ยาดมหงส์ไทยขายดีที่สุด ผลิตเดือนละ 600,000 กระปุก
ล่าสุด ธีระพงศ์ออกแถลงการณ์ว่า พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อลูกค้าและคู่ค้า ในฐานะผู้บริหารขอน้อมรับในคำตำหนิ เรามีความตั้งใจแก้ปัญหาจริงจังภายใน 7 วัน โดยขอโอกาสพัฒนาด้วยการยกระดับมาตรฐานครั้งใหญ่ จับมือสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ในการใช้เทคโนโลยี “ฉายรังสีฆ่าเชื้อ” เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้ปลอดภัย 100% สู่มาตรฐานระดับโลก.
อ่านต่อได้ที่:https://www.prachachat.net/d-life/news-1912367

