ราคาน้ำมันโลกดิ่งลงกว่า 4% ในตลาดเอเชีย หลังปากีสถานประกาศสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง ขณะที่ทรัมป์ยืนยันช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเดินเรือ ส่งสัญญาณคลายกังวลวิกฤตพลังงานโลก ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ประกาศข้อตกลงดังกล่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือขนส่งสินค้าเข้าออกได้ และสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ในการเจรจาทางการทูตที่มีความสำคัญสูงเช่นนี้ ความสำเร็จหรือความล้มเหลวมักขึ้นอยู่กับรายละเอียด และในกรณีนี้มีรายละเอียดปรากฏออกมาน้อยมาก
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อเย็นวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ว่า การที่อิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ “เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้” และสหรัฐฯ จะสามารถตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ทว่ายังคงมีคำถามสำคัญหลายประเด็น รวมถึงข้อจำกัดในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และสิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่อิหร่านมีอยู่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าบางส่วนของเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขในการเจรจาและการหารือ “ทางเทคนิค” ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน แต่หากมีสิ่งใดที่ชัดเจนหลังจากความพยายามหลายทศวรรษในการโน้มน้าวและบีบบังคับให้อิหร่านละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ก็คือ ไม่มีอะไรที่รับประกันได้เลย ไม่ว่าสหรัฐฯ จะเชื่อว่าประเด็นเหล่านี้จะถูกเขียนไว้อย่างแน่นหนาแล้วก็ตามใน “บันทึกความเข้าใจ” ฉบับนี้ สิ่งที่ดูเหมือนตอกย้ำประเด็นนี้คือ การที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า “การเจรจาขั้นสุดท้ายจะถูกเลื่อนออกไป จนกว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกข้อตกลง”
ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดพลังงานเตือนว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะกลับไปสู่ระดับก่อนสงครามได้ในทันที การเคลียร์เรือบรรทุกน้ำมันที่ตกค้างจำนวนมาก การกำจัดทุ่นระเบิด และการฟื้นฟูการขนส่งและการผลิตน้ำมันตามปกติ อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ เหลือเวลาอีกหลายวันก่อนการลงนามอย่างเป็นทางการ อิหร่านและสหรัฐฯ ยังมีเวลาที่จะตกลงรายละเอียดสำคัญ ๆ เพื่อให้ข้อตกลงประสบผลสำเร็จ แต่ก็ยังมีเวลาที่ข้อตกลงอาจล้มเหลวได้เช่นกัน อีกหนึ่งตัวแปรที่ไม่แน่นอนคืออิสราเอล นี่เป็นสงคราม 3 ฝ่ายมาโดยตลอด และทรัมป์กล่าวกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ว่า เขาโกรธมากที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล สั่งโจมตีเลบานอนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเขาเชื่อว่าการโจมตีดังกล่าวอาจทำลายข้อตกลงอิหร่านที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 การประกาศข้อตกลงยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถือเป็นของขวัญวันเกิดที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนบ้างก็ตาม ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในการซื้อขายช่วงเช้าของตลาดเอเชีย หลังจากนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทเป็นคนกลางในการเจรจา เปิดเผยว่า สหรัฐ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้แล้ว ซึ่งพิธีลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ลดลง 3.8% เหลือ 84.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ ลดลง 4.1% เหลือ 81.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “น้ำมันจะไหลอีกครั้ง” สะท้อนถึงการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านของการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว ราว 20% ของปริมาณการค้าพลังงานทั่วโลก ได้ถูกปิดกั้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่อิหร่านประกาศพร้อมโจมตีเรือที่ใช้เส้นทางนี้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทาน ขณะที่ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนักตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนเกิดสงคราม พุ่งขึ้นไปแตะระดับราว 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงที่ความตึงเครียดรุนแรงที่สุด.
อ่านต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/news/foreign/2939543

