เทรนด์ Pet Humanization หนุนตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตต่อเนื่อง สวนเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ เจ้าของยอมอดแต่ไม่ลดคุณภาพอาหารสัตว์ ดันตลาดรวมทะลุ 9.2 หมื่นล้านบาท ไทยขึ้นท็อป 3 ฐานการผลิตอาหารสัตว์โลก Pawtry Thailand มองโอกาสธุรกิจไทยสร้างแบรนด์สู่ตลาดโลก พร้อมชี้บริการด้าน Pet Longevity โรงแรมสัตว์เลี้ยง และเทคโนโลยีดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง จะเป็นคลื่นการเติบโตระลอกใหม่ของอุตสาหกรรม นายเปรม บุตรศรี ผู้ก่อตั้ง บริษัท พาว์ ทรี่ จำกัด หรือ Pawtry Thailand สถาบันอบรมผู้ประกอบการและที่ปรึกษาธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร กล่าวว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงยังเติบโตต่อเนื่อง สวนทางเศรษฐกิจ จากแรงหนุนของเทรนด์ Pet Humanization ที่ทำให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว และให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น
ตลาดสัตว์เลี้ยงโตสวนเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ตามข้อมูลของบริษัทระบุว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี โดยขยายตัวเฉลี่ย 8.4-12.4% ต่อปี ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าประมาณ 92,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงประมาณ 60,000 ล้านบาท และตลาดโรงแรม-บริการสัตว์เลี้ยงประมาณ 30,000 ล้านบาท ขณะที่ไทยเป็น 1 ใน 3 ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก โดยการส่งออกเติบโต 29% จากปีก่อนหน้า
เราอดได้ หมาแมวอดไม่ได้
นายเปรมเปิดเผยว่า เทรนด์ Pet Humanization ทำให้เกิดแนวคิด “เราอดได้ หมาแมวอดไม่ได้” ส่งผลให้ผู้บริโภคยังยอมจ่ายเพื่ออาหารและบริการที่มีคุณภาพ แม้ราคาอาหารสัตว์เลี้ยงจะปรับขึ้น 5-10% ในช่วงกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2569 จากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น โดยอาหารแมวและอาหารทั่วไปปรับขึ้น 7-10% ขณะที่อาหารพรีเมี่ยมและนำเข้าปรับขึ้น 3-5% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าลักษณะ Repeat Purchase ที่สร้างการซื้อซ้ำและฐานลูกค้าระยะยาวได้สูง
กำแพง OEM และวิกฤตต้นทุน
การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ดึงดูดผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจกว่า 1,400 ราย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 38% ของผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้โรงงานรับจ้างผลิต (OEM) หลายแห่งมีกำลังการผลิตเต็ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าถึงโรงงานได้ยาก เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิมก่อน ดังนั้น Pawtry จึงเข้ามาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับโรงงานผลิต พร้อมพัฒนาหลักสูตรสร้างผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายผลักดันแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการวางรากฐานตั้งแต่การสร้างแบรนด์ บัญชี ภาษี โครงสร้างธุรกิจ การเข้าช่องทาง Modern Trade และ Distributor ต่างประเทศ
ปั้นแบรนด์ไทย
ด้านนางสาวพัชรนันท์ ทัตติยกุล ผู้ก่อตั้ง Pawtry Thailand กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดจากการเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงก่อน เพราะมองเห็นศักยภาพและการเติบโตของตลาด จากนั้นจึงต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรผู้ประกอบการด้านโรงแรมและบริการสัตว์เลี้ยงครบวงจร หลังพบว่ามีผู้สนใจเข้าสู่ธุรกิจจำนวนมาก แต่ยังขาดองค์ความรู้ที่จำเป็น ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมีเงินทุน มีเวลา และมีความรักสัตว์เลี้ยง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ขาดความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมสัตว์ การออกแบบพื้นที่ การเลือกวัสดุ การบริหารต้นทุน และการวางระบบธุรกิจ Pawtry จึงพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ การวางแผนงบประมาณ การก่อสร้าง การเลือกวัสดุ การออกแบบพื้นที่ การบริหารจัดการบุคลากร การวางระบบหลังบ้าน การบริการลูกค้า ไปจนถึงการเปิดดำเนินการจริง
แค่ความรักยังไม่พอ
นางสาวพัชรนันท์กล่าวว่า Pawtry มุ่งยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะโรงแรมสัตว์เลี้ยงให้เป็น “บ้านหลังที่สอง” ที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่รับฝากเลี้ยง หลักสูตรจึงครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ตามพฤติกรรมสัตว์ มาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัย การวาง SOP และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยมองว่าผู้ประกอบการจำนวนมากล้มเหลวจากการทำธุรกิจด้วยความรักเพียงอย่างเดียว ขาดการวิเคราะห์ความคุ้มค่า กำหนดงบฯลงทุนไม่ชัดเจน ตัดราคาแข่งขัน หรือเลือกวัสดุที่เน้นความสวยงามมากกว่าการใช้งาน ทั้งนี้ ธุรกิจโรงแรมสัตว์เลี้ยงมีโอกาสคืนทุนภายใน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับทำเลและคุณภาพบริการ ขณะที่ตลาดบริการสัตว์เลี้ยงกำลังเข้าสู่คลื่นการเติบโตใหม่ตามเทรนด์ Pet Humanization โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Longevity, Hydrotherapy, Pet Fitness, Daycare และ Pet Taxi ซึ่งเป็นบริการที่มีศักยภาพสร้างรายได้เพิ่มในอนาคต
ปลอกคอ AI และ Big Data สุขภาพ
สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันระบบบริหารจัดการลูกค้า หรือ POS ที่มี AI สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการเก็บข้อมูลเฉพาะของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้ละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม ความชอบ อาหารที่แพ้ หรือข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพการบริการและสร้างความผูกพันกับลูกค้า นายเปรมเปิดเผยว่า ในขณะเดียวกัน Pawtry อยู่ระหว่างพัฒนาปลอกคออัจฉริยะที่สามารถตรวจวัดข้อมูลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ พฤติกรรม และตำแหน่ง GPS เพื่อช่วยให้เจ้าของสามารถติดตามสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยมีแผนเปิดตัวภายในช่วงปลายปีนี้ ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า Pawtry วางเป้าหมายต่อยอดจากการสร้างมาตรฐานธุรกิจสัตว์เลี้ยง ไปสู่การใช้เทคโนโลยีและการผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยตรวจสอบมาตรฐานผู้ให้บริการในระบบนิเวศสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพบริการ นายเปรมกล่าวทิ้งท้ายว่า Pawtry Thailand วางบทบาทของตนเองในฐานะผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศสัตว์เลี้ยง มากกว่าการเป็นผู้เล่นในตลาดเพียงรายหนึ่ง โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และใช้จุดแข็งของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตอาหารสัตว์ระดับโลก เป็นเครื่องมือผลักดันแบรนด์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน
อ่านต่อได้ที่: https://www.prachachat.net/business/news-2015435
